เปิดบริษัทใหม่ต้องรู้-ทำไมการจ้างบริษัทบัญชีจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มที่สุด

[อัพเดทปี 2025] ก่อนจดทะเบียนบริษัทมีอะไรที่คุณควรรู้ ควรเตรียมตัวบ้าง

ในปี 2025 นี้ กฎระเบียบและขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจในไทยมีรายละเอียดเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้ ทั้งระบบดิจิทัลที่ปรับปรุงใหม่ ข้อกำหนด ข้อจำกัดที่เปลี่ยนแปลงไป โครงสร้างบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงและประกาศใช้ออกมา วันนี้หากคุณกำลังวางแผนที่จะจดทะเบียนบริษัทจำกัด เราจะพาคุณไปอัพเดทว่ามีอะไรบ้างที่คุณต้องรู้ บอกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเพื่อข้อมูลให้คุณเอาไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมแล้วไปดูกันเลย

เลือกอ่านเนื้อหา

> > > บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร?

บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร?

          การเลือกรูปแบบการจดทะเบียนธุรกิจที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการ ตามกฎหมายของประเทศไทย ระหว่าง “บริษัทจำกัด” (บจก.) และ “ห้างหุ้นส่วนจำกัด” (หจก.) ซึ่งเป็นสองรูปแบบที่ได้รับความนิยมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แม้ทั้งสองรูปแบบจะเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างในรายละเอียดที่สำคัญหลายประการ ตั้งแต่โครงสร้างผู้ถือหุ้น ความรับผิดชอบต่อหนี้สิน ไปจนถึงข้อกำหนดด้านการบริหารจัดการและภาษีมาดูในรายละเอียดกันว่ามีอะไรที่แตกต่างบ้าง

>> บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร?

จำนวนผู้ก่อตั้ง

  • บริษัทจำกัด (บจก.) : กฎหมายปัจจุบัน (เนื้อหาเขียนในปี พ.ศ. 2568) กำหนดให้มีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คน (ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน) ขึ้นไปในการจดทะเบียนจัดตั้ง และสามารถมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามอย่างน้อย 1 คน
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) : ต้องมีผู้เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยต้องประกอบด้วยหุ้นส่วนอย่างน้อย 1 คนที่เป็นประเภทจำกัดความรับผิด และอีกอย่างน้อย 1 คนเป็นประเภทไม่จำกัดความรับผิด

ความรับผิดชอบต่อหนี้สิน

  • บริษัทจำกัด (บจก.) : ผู้ถือหุ้นทุกคนมีความรับผิดจำกัด โดยจะรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ตนยังชำระไม่ครบถ้วน ทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นจะได้รับการแยกออกจากหนี้สินของบริษัทอย่างชัดเจน
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) : มีหุ้นส่วน 2 ประเภทคือ : (1) หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด โดยรับผิดชอบในหนี้สินของห้างฯ ไม่เกินจำนวนเงินที่ตนตกลงจะลงทุน (2) หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด (มักเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ) ที่ต้องรับผิดร่วมกันในหนี้สินทั้งหมดของห้างฯ โดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งหมายความว่าเจ้าหนี้สามารถเรียกร้องเอาจากทรัพย์สินส่วนตัวได้.

การบริหารจัดการ

  • บริษัทจำกัด (บจก.) : บริหารงานโดยคณะกรรมการซึ่งมาจากการแต่งตั้งของผู้ถือหุ้น การตัดสินใจที่สำคัญต้องต้องผ่านการประชุมและได้รับความเห็นชอบจากกรรมการ บริษัทสามารถแต่งตั้งบุคคลภายนอกเป็นกรรมการได้
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) : บริหารงานโดยหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด (หุ้นส่วนผู้จัดการ) ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดไม่มีสิทธิเข้าจัดการงานของห้างฯ การตัดสินใจอาจทำได้รวดเร็วกว่าเนื่องจากอำนาจอยู่ที่หุ้นส่วนผู้จัดการ

> > > ข้อมูลพื้นฐานที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท

ข้อมูลพื้นฐานที่ต้องเตรียมก่อนจดทะเบียนบริษัท

          แน่นอนว่าการเตรียมพร้อมก่อนเริ่มจดทะเบียนบริษัทเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว มีข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาในการแก้ไขเอกสารในภายหลัง

>> ชื่อบริษัท

  • ชื่อบริษัทที่คุณต้องการใช้ต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับบริษัทอื่นที่จดทะเบียนไปแล้ว คุณต้องทำการจองชื่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ก่อน ซึ่งสามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อชื่อได้รับการอนุมัติแล้ว จะมีอายุการจอง 30 วัน และไม่สามารถต่ออายุได้ ดังนั้น ควรวางแผนการจดทะเบียนให้สอดคล้องกับระยะเวลาดังกล่าว คุณควรเตรียมชื่อสำรองไว้เผื่อกรณีที่ชื่อหลักไม่ผ่านการอนุมัติ

>> ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

  • บริษัทจำเป็นต้องมีที่อยู่จดทะเบียนที่ชัดเจนในประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่ที่สามารถติดต่อได้จริง ที่อยู่นี้ไม่สามารถใช้ตู้ไปรษณีย์ (P.O. Box) หรือบางกรณีอาจไม่อนุญาตให้ใช้ที่อยู่เพื่อการพักอาศัย คุณอาจต้องเตรียมเอกสารแสดงสิทธิ์ในการใช้สถานที่ เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ รวมถึงแผนที่แสดงที่ตั้งของสำนักงาน

>> วัตถุประสงค์ของบริษัท

  • คือการระบุประเภทธุรกิจหรือกิจกรรมที่บริษัทจะดำเนินการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแบบฟอร์มวัตถุประสงค์สำเร็จรูปตามประเภทธุรกิจต่างๆ ให้เลือกใช้ได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถระบุวัตถุประสงค์เพิ่มเติมให้เฉพาะเจาะจงกับธุรกิจของคุณ หรือครอบคลุมกิจการที่อาจทำในอนาคตได้

>> ทุนจดทะเบียน

  • คือจำนวนเงินทุนที่บริษัทแจ้งจดทะเบียนไว้ ซึ่งสะท้อนถึงขนาดและความน่าเชื่อถือของกิจการ โดยทั่วไปมักนิยมจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนดให้ต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียน หากบริษัทต้องการจ้างงานพนักงานชาวต่างชาติ อาจมีข้อกำหนดเรื่องทุนจดทะเบียนขั้นต่ำที่ 2 ล้านบาทต่อชาวต่างชาติ 1 คน

>> ข้อมูลผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้น

  • ตามกฎหมายปัจจุบัน การจดทะเบียนบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการ (ผู้ก่อตั้ง) อย่างน้อย 2 คน ซึ่งผู้เริ่มก่อการจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นด้วย คุณต้องเตรียมข้อมูลส่วนตัวของผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้นทุกคน เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ อายุ สัญชาติ และจำนวนหุ้นที่แต่ละคนถือครอง หากมีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ อาจต้องเตรียมเอกสารทางการเงินเพิ่มเติม เช่น Bank Statement เพื่อแสดงฐานะทางการเงิน

>> ข้อมูลกรรมการบริษัท

  • ต้องระบุรายละเอียดของกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 คน รวมถึงข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และอายุ นอกจากนี้ ต้องกำหนดอำนาจของกรรมการ เช่น ระบุว่ากรรมการคนใดมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท และเงื่อนไขการลงนาม (เช่น ลงนามคนเดียว หรือต้องลงนามร่วมกันกี่คน)

>> ข้อมูลพยาน

  • ต้องมีพยาน 2 คนในการจดทะเบียน โดยต้องเตรียมข้อมูล ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ อายุ และสัญชาติของพยานทั้งสองคน

>> ข้อมูลผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

  • คุณต้องแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต 1 คน และต้องเตรียมข้อมูล ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบอนุญาตของผู้สอบบัญชี และค่าตอบแทนในการสอบบัญชี (อาจระบุเป็นยอดประมาณการเบื้องต้น)

>> ตราประทับบริษัท (ถ้ามี)

  • หากบริษัทกำหนดให้มีตราประทับ หรือกำหนดให้กรรมการลงนามพร้อมประทับตรา คุณจะต้องจัดทำตราประทับของบริษัทเตรียมไว้ด้วย

>> ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี)

  • เป็นข้อตกลงหรือระเบียบภายในเกี่ยวกับการบริหารจัดการของบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นตกลงร่วมกัน การมีข้อบังคับไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมายเสมอไป แต่หากบริษัทต้องการมีข้อบังคับเฉพาะ ก็ต้องจัดทำและยื่นพร้อมกับการจดทะเบียน

> > > ทำความเข้าใจเรื่องทุนจดทะเบียนบริษัท

ทำความเข้าใจเรื่องทุนจดทะเบียนบริษัท

        ทุนจดทะเบียน คือ จำนวนเงินทุนตั้งต้นที่ผู้ก่อการหรือผู้ร่วมลงทุนตกลงกันว่าจะนำมาใช้ในการจัดตั้งและดำเนินธุรกิจ โดยจำนวนเงินนี้จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในหนังสือบริคณห์สนธิและหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทุนจดทะเบียนเปรียบเสมือนแหล่งเงินทุนสำรองเริ่มต้นของบริษัทที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินงาน, การลงทุน, การขยายกิจการ หรือแม้กระทั่งการชำระหนี้สิน และยังเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งสะท้อนถึงขนาดและความพร้อมทางการเงินของบริษัทนั้นๆ

>> ความสำคัญของทุนจดทะเบียน

          ทุนจดทะเบียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัท มันทำหน้าที่เป็นดัชนีวัดความมั่นคงทางการเงินและสภาพคล่องของกิจการ บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูงมักถูกมองว่ามีความมั่นคงทางการเงินและมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจมากกว่า ซึ่งส่งผลดีในหลายด้าน

  • สร้างความน่าเชื่อถือ : ทุนจดทะเบียนที่สูงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้า, ลูกค้า, สถาบันการเงิน และนักลงทุน ในการติดต่อธุรกิจหรือเข้าร่วมประมูลงานใหญ่ๆ บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูงมักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากแสดงถึงความพร้อมและความสามารถในการรับผิดชอบหากเกิดปัญหาขึ้น
  • สนับสนุนการดำเนินงาน : เป็นเงินทุนสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงเริ่มต้นกิจการ เช่น การซื้อสินทรัพย์, การจ้างพนักงาน และการลงทุนในเทคโนโลยี รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนในช่วงแรก
  • โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน : บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนสูงและดูน่าเชื่อถือมักมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายกว่า (แต่ใดๆ แล้วส่วนที่สำคัญคือรายได้ รายจ่าย กำไรของบริษัท)

>> ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำตามกฎหมาย

          สำหรับ “บริษัทจำกัด” (บจก.) ตามกฎหมายไทยในปัจจุบัน กำหนดให้มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเพียง 10 บาท โดยต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน และมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท. อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การจดทะเบียนด้วยทุนขั้นต่ำเพียง 10 บาทนั้นแทบไม่มีใครทำ เนื่องจากไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทได้เลยในสายตาของคู่ค้าหรือสถาบันการเงิน

>> ควรจดทะเบียนด้วยทุนเท่าไหร่ดี?

        โดยทั่วไป ธุรกิจในประเทศไทยนิยมจดทะเบียนด้วยทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท. การจดทะเบียนที่ 1,000,000 บาท ถือเป็นที่นิยมระดับหนึ่งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเบื้องต้น. อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญบางรายแนะนำให้จดทะเบียนที่ทุนสูงขึ้น เช่น 5,000,000 บาท เนื่องจากค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนอาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า และอาจเป็นประโยชน์ต่อเงื่อนไขทางธุรกิจอื่นๆ ในอนาคต

  • เงินลงทุนเริ่มต้นที่แท้จริง : คำนวณค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงานในช่วงแรก หรือเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องการ
  • ระดับความน่าเชื่อถือที่ต้องการ : ธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูง หรือต้องติดต่อกับลูกค้ารายใหญ่ อาจจำเป็นต้องมีทุนจดทะเบียนที่สูงขึ้น บางครั้งลูกค้าหรือคู่ค้าอาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของบริษัทที่จะทำธุรกรรมด้วย
  • ประเภทและขนาดของธุรกิจ : ธุรกิจที่ต้องมีการลงทุนสูงในสินทรัพย์หรือมีขนาดใหญ่ ก็ควรมีทุนจดทะเบียนที่สอดคล้องกัน

>> การชำระค่าหุ้นทุนจดทะเบียน

      ตามกฎหมาย ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องชำระค่าหุ้นเต็มจำนวนทุนจดทะเบียนในครั้งเดียว ณ วันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท กฎหมายกำหนดให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคนต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นที่ตนจองซื้อไว้ในวันจดทะเบียน ส่วนที่เหลืออีก 75% นั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะต้องชำระเมื่อใด บริษัทสามารถเรียกชำระเพิ่มเติมได้ในภายหลังเมื่อมีความจำเป็น หรือหากบริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอแล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องเรียกชำระเพิ่มอีกก็ได้ สิ่งสำคัญคือ ผู้ถือหุ้นยังคงมีความรับผิดในหนี้สินของบริษัทจำกัดอยู่เพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นส่วนที่ยังชำระไม่ครบเท่านั้น

> > > ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม ในการจดทะเบียนบริษัท

      ปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดเป็นอัตราคงที่ (Flat Rate) ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการคำนวณค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น สำหรับการยื่นเอกสารด้วยตนเองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานสาขา มีค่าธรรมเนียมรวมอยู่ที่ 5,500 บาท (ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท 5,000 บาท และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท) หากดำเนินการจดทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะได้รับส่วนลด 30% ทำให้ค่าธรรมเนียมลดเหลือ 3,850 บาท อาจมีค่าใช้จ่ายย่อยเพิ่มเติม เช่น ค่าอากรแสตมป์ประมาณ 210 บาท ค่ารับรองสำเนาเอกสารประมาณ 50 บาทต่อหน้า และค่าหนังสือรับรองบริษัท 200 บาท

> > > [FAQ] มัดรวมตอบถามเกี่ยวกับจดทะเบียนบริษัท

คำถาม : การจองชื่อบริษัทต้องทำอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

การจองชื่อบริษัทเป็นขั้นตอนแรกที่ต้องดำเนินการ โดยสามารถยื่นจองชื่อผ่านทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ชื่อที่เลือกจะต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนไปแล้ว ควรเตรียมชื่อสำรองไว้ 2-3 ชื่อตามลำดับความชอบ

เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติ ชื่อที่จองต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด และต้องไม่มีคำหรือข้อความที่ไม่เหมาะสม เมื่อชื่อได้รับการอนุมัติแล้ว จะมีอายุการจอง 30 วัน และไม่สามารถต่ออายุได้ ทั้งนี้ ชื่อบริษัทต้องลงท้ายด้วยคำว่า “จำกัด” เสมอ และหากต้องการใช้คำว่า ‘ประเทศไทย’ ในชื่อ ต้องใส่ไว้ในวงเล็บท้ายชื่อบริษัท

คำถาม : ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำคือเท่าไหร่ และต้องชำระเมื่อใด?

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจนสำหรับบริษัทจำกัดทั่วไป แต่ทุนจดทะเบียนควรสอดคล้องและเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม มีข้อกำหนดว่าผู้ถือหุ้นแต่ละคนต้องชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นที่จองไว้ เงินทุนที่ชำระแล้วนี้จะต้องฝากเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท สำหรับธุรกิจที่ต้องการจ้างงานชาวต่างชาติ อาจมีข้อกำหนดเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ เช่น ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วอย่างน้อย 2 ล้านบาทต่อการจ้างงานชาวต่างชาติ 1 คน

คำถาม : ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อไหร่?

บริษัทจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากร หากมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี การจดทะเบียน VAT ต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายได้เกินเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทจะต้องขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (Tax ID) จากกรมสรรพากรภายใน 60 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนบริษัทหรือวันที่เริ่มประกอบกิจการ

คำถาม : กระบวนการจดทะเบียนบริษัทใช้เวลานานเท่าไร?

ระยะเวลาในการจดทะเบียนบริษัทอาจแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไป ขั้นตอนการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อาจเสร็จสิ้นได้ภายใน 1-3 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากรวมขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การจองชื่อ การเปิดบัญชีธนาคาร และการจดทะเบียนภาษีต่างๆ อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกิจและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

คำถาม : ข้อจำกัดสำหรับผู้ลงทุนชาวต่างชาติมีอะไรบ้าง?

ผู้ลงทุนชาวต่างชาติที่ต้องการจดทะเบียนบริษัทในไทยต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งกำหนดประเภทธุรกิจบางอย่างที่จำกัดหรือห้ามคนต่างด้าวทำ หรือต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน (Foreign Business License) โดยทั่วไป บริษัทจำกัดที่คนไทยถือหุ้นน้อยกว่า 50% จะถือเป็นคนต่างด้าวและอาจอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้ เว้นแต่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

คำถาม : จำเป็นต้องมีที่อยู่จดทะเบียนในประเทศไทยหรือไม่?

ใช่ บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยจำเป็นต้องมีที่อยู่จดทะเบียน ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ที่อยู่นี้จะใช้เป็นที่อยู่สำหรับติดต่อกับหน่วยงานราชการและต้องแสดงหลักฐาน เช่น หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของอาคาร หรือสัญญาเช่า

คำถาม : การประชุมตั้งบริษัท คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

การประชุมตั้งบริษัท เป็นการประชุมผู้เริ่มก่อการและผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นทั้งหมดหลังจากที่ได้ยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว. ในการประชุมนี้ จะมีการพิจารณาและอนุมัติข้อบังคับของบริษัท แต่งตั้งกรรมการชุดแรกและผู้สอบบัญชี, กำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิ (ถ้ามี), และรับรองกิจการที่ผู้เริ่มก่อการได้ทำไปการประชุมนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการภายในของบริษัท และต้องดำเนินการก่อนยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยทั่วไป การยื่นขอจดทะเบียนบริษัทต้องทำภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมตั้งบริษัท

ท้ายบทความ : ทำไมเราควรจ้างบริษัทบัญชีถึงเป็นวิธีที่คุ้มค่า

ก่อนไปวันนี้เราอยากแนะนำเพิ่มเติม หากคุณกำลังจดทะเบียนบริษัท คุณสามารถว่าจ้างให้บริษัทบัญชีดำเนินการจดทะเบียนให้ได้และมีข้อดีหลายอย่าง เพราะว่าบริษัทบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านการจดทะเบียนบริษัทจะมีความเข้าใจในข้อกำหนด กฎระเบียบ และเอกสารที่จำเป็นอย่างถ่องแท้ คุณจะมีที่ปรึกษาให้คุณดำเนินการอย่างถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาด ลดเวลาในการดำเนินการ ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทเกี่ยวข้องกับการเตรียมเอกสารหลายอย่าง

การยื่นเรื่องต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และการติดตามผล ซึ่งต้องใช้เวลาและความใส่ใจพอสมควร การจ้างบริษัทบัญชีเข้ามาดูแลส่วนนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเวลาอันมีค่าไปทุ่มเทให้กับการวางแผนกลยุทธ์ได้ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แต่โดยรวมแล้วหากคุณจ้างบริษัทปรึกษากฎหมายก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า หากคุณทำเองและผิดพลาดอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเกิดข้อผิดพลาดหลายรอบ

โดยรวมแล้วคุณจะ “ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน และทำทุกอย่างได้สะดวก"